Search

Updated: Jan 5



5 ข้อแนะนำก่อนวันถ่ายภาพเมนูอาหาร


การถ่ายภาพลงในเล่มเมนูของร้านที่ดี บางทีไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกรูปหรือ ทุกประเภทอาหารนะครับ

เพียงแค่วางแผนก่อนถ่ายซักนิดจะช่วยประหยัดเวลาอย่างมาก ผมในฐานะช่างภาพถ่ายอาหารจึงขอแนะนำการเตรียมพร้อมก่อนถ่ายภาพเมนูกันซักนิดเพื่อความราบรื่นในการทำเล่มเมนูของร้านทุกท่านครับ


ออกแบบรุปเล่มเมนูอาหารก่อนถ่ายภาพเมนูอาหาร

1.วางรูปเล่มของเมนูไว้คร่าวๆ

ก่อนวันถ่ายภาพอาหารหากทางร้านของคุณได้วางแผนกับทางกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่ออกแบบรุปเล่มเมนูไปล่วงหน้ามาก่อนแล้ว จะเป็นตัวช่วยอย่างมากในการถ่ายภาพเพราะทางทีมงานช่างภาพจะรู้ว่าเมนูใดต้องถ่ายไซด์ไหน เมนูไหนที่สามาถจัดกรุ๊ปรวมถ่ายด้วยกันได้ แถมยังสามารถเตรียมพร๊อพประกอบฉากมาให้เข้ากับธีมของรูปเล่มเมนูได้อีกด้วย และหากทางร้านไม่มีกราฟฟิคดีไซเนอร์หรือไม่รู้จะหาที่ไหน ทางทีมเรามีกราฟฟิคดีไซเนอร์ที่ออกแบบรุปเล่มเมนูอาหารโดยเฉพาะไว้คอยให้บิรการด้วยนะครับ


ลิสท์เมนูที่ต้องถ่ายให้ครบล่วงหน้าก่อนถ่ายภาพเมนูอาหาร

2.ลิสท์เมนูที่ต้องถ่ายให้ครบล่วงหน้า

การถ่ายภาพเมนูอาหารที่กระชับเวลาและมีประสิทธิภาพที่สุดหากทางร้านค้าได้ลิสเมนูที่จะถ่ายไว้ล่วงหน้าเลย และถ้าหากมีเมนูพิเศษหรือเมนูเด็ดของทางร้านก็ให้ลิสแยกไว้ตะหาก หรือ จัดเซ็ทเมนูที่ควรอยู่ในภาพเดียวกันได้จะยิ่งทำให้วันถ่ายทำสามารถถ่ายได้อย่างรวดเร็วและครบถ้วนนั่นเอง


กำหนดจำนวนพอร์ชั่นของแต่ละเมนูให้ชัดเจนก่อนถ่ายภาพเมนูอาหาร

3.กำหนดจำนวนพอร์ชั่นของแต่ละเมนูให้ชัดเจน

เมนูอาหารแต่ละจานจำเป็นจะต้องกำหนดจำนวนของปริมาณอาหารในจานนั้นๆไว้ให้ชัดเจนก่อนถ่าย เช่น ก๋วยเตี๋ยวชามนี้จะมีลูกชิ้น 3 ลูก หรือ ข้าวผัดจานนี้มีกุ้ง 2 ตัว เพราะหากไม่ชัดเจนแต่แรกแต่ดันถ่ายไปก่อนแล้วมาเปลี่ยนแปลงตอนเสิร์ฟจริง อาจจะทำให้เกิดปัญหากับลูกค้าได้ภายหลังนะครับ



เตรียมวัตถุดิบสำหรับวันถ่ายทำให้พร้อมก่อนถ่ายภาพเมนูอาหาร

4.เตรียมวัตถุดิบสำหรับวันถ่ายทำให้พร้อม

วันถ่ายภาพเมนูอาหารเป็นวันที่เปลืองวัตถุดิบของทางร้านที่สุดวันนึง เพราะฉะนั้นแนะนำให้ทางร้านหาวัตถุดิบให้ครบและพอเพียงกับทุกเมนู จะทำให้ไม่พลาดหรือตกหล่นเมนูใดไปในวันถ่ายภาพเมนูอาหาร



แจ้งคนครัวให้เตรียมพร้อมสำหรับวันถ่ายภาพเมนูอาหาร


5.แจ้งคนครัวให้เตรียมพร้อมสำหรับวันถ่ายภาพเมนู

สุดท้ายวันถ่ายเป็นวันที่งานหนักมากสำหรับคนในครัว เพราะต้องมีการถ่ายภาพเมนูอาหารทั้งร้าน ดังนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแจ้งให้คนครัวรับรู้ก่อนว่าจะมีการถ่ายภาพเมนูในวันนั้น เพื่อให้ทางคนครัวเตรียมพร้อมรับมือ และหากเป็นไปได้ให้เลือกวันที่มีลูกค้าเข้าร้านน้อยที่สุดของสัปดาห์จะยิ่งลดภาระให้คนครัวได้ครับ


ก่อนวันถ่ายถ้าทำตามครบทั้ง 5 ข้อนี้ได้รับรองเลยว่าวันถ่ายรูปเมนู งานจะออกมาราบรื่นและได้เมนูสวยงามสมใจแน่นอนครับ

33 views0 comments

Updated: Jan 4


ฟู๊ดสไตลิสคือใครและจำเป็นแค่ไหน
ฟู๊ดสไตลิสนั้นสำคัญไฉน

หลายคนที่เปิดร้านอาหารยังไม่รู้ว่าการถ่ายภาพออกมาให้ได้รูปอาหารที่สวยงามเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้านนั้น นอกจากปัจจัยสำคัญคือช่างภาพแล้ว อีกปัจจัยทีสำคัญไม่แพ้กันเลยนั่นคือ ฟู๊ดสไตลิส นั่นเองครับ


- หน้าที่ของฟู๊ดสไตลิสคืออะไร

หากจะถ่ายรูปนางแบบก็ต้องมีช่างแต่งหน้าใช่มั้ยครับ

ถ่ายรูปอาหารก็เช่นกัน ฟู๊ดสไตลิสเปรียบเสมือนช่างแต่งหน้าให้อาหารสวยงามยิ่งขึ้นและดูน่ารับประทานมากขึ้นนั่นเอง ช่างภาพ และ สไตลิส จะทำงานคู่กันเสมอครับ ช่างภาพจะวางมุมกล้องที่เหมาะสมให้ตัวอาหาร จัดแสงให้ตรงตาม Concept ที่ได้รับบรีฟมา ส่วนตัวอาหารนั้นจะเป็นหน้าที่ของฟู๊ดสไตลิสครับว่าจะวางหมูวางไก่ตรงไหน เรียงเส้นยังไง ผักดูสดพอมั้ย น้ำแข็งละลายรึยัง ฟองเบียร์แค่ไหนถึงจะพอดี เรื่องเหล่านี้สไตลิสจะเป็นคนจัดการครับ



- ทำไมค่าตัวฟู๊ดสไตลิสถึงแพง+++

ฟู๊ดสไตลิสเป็นอาชีพที่ไม่มีคณะไหนในมหาลัยสอนภาควิชานี้โดยตรง (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม)อาจจะมีเป็นคอร์สสั้นๆแต่ก็ไม่ถึงกับได้เป็นประกาศนียบัตรออกมาครับ และคนทำงานอาชีพนี้ต้องเก็บสะสมชั่วโมงบินสูงมาก เพื่อจะให้ได้ชื่อว่าเป็นมืออาชีพและเป็นที่ยอมรับ ทำให้บุคคากรด้านนี้มีน้อยมากเรียกได้ว่าผมเองยังรู้จักฟู๊ดสไตลิสที่มีชื่อเสียงในประเทศนี้ไม่ถึง 10 คนเองครับ และวงการอาหารนั้นมีการถ่ายทำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆตลอดเวลา แต่บุคลากรด้านนี้ไม่พอเพียงนั่นเอง นั่นทำให้ค่าตัวฟู๊ดสไตลิสแต่ละคนสูงมากตาม Demand ของตลาดครับ


- ถ้าไม่มีฟู๊ดสไตลิสด้มั้ย ?

สำหรับการถ่ายโฆษณาให้แบรนด์อาหารต่างๆ หรือผลิตภัณฑ์อาหารนั้น เรียกได้ว่าขาดฟู๊ดสไตลิสไม่ได้เลยครับ เรียกได้ว่าสำคัญกว่าช่างภาพเสียอีก เพราะงานหนักของการถ่าย AD Food นั้นจะไปอยู่ทาง ฟู๊ดสไตลิสเลยครับ ลองคิดดูสิครับว่าหากเราต้องถ่ายผงปรุงรสให้แบรนด์นึง แล้วไม่มีฟู๊ดสไตลิสมาช่วยจัดอาหารให้ออกมาเป็นจานได้นั้น เราจะถ่ายอะไรได้ล่ะครับ เพราะสินค้านั้นมีแค่ผงปรุงรสที่อยู่ในซองเท่านั้นเอง


แต่สำหรับร้านอาหารทั่วไปนั้น ถ้าเชฟของร้านนั้นๆเก่งพอที่จะจัดจานออกมาสวยงามน่ารับประทานจากในครัวเลย (ซึ่งเชฟบางคนเองก็ไม่ต้องการให้มีสไตลิสมารบกวนหน้าจานที่เค้าจัดมาแล้วด้วยนะครับ) ก็ไม่ต้องใช้บริการฟู๊ดสไตลิสก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับว่าทางร้านมีเชฟที่จัดจานได้มั้ย และเชฟคนนั้นอยากให้มีสไตลิสมาจัดแต่งอาหารของเค้าหรือไม่ด้วยครับ


- จัดสวยไป ลูกค้าสั่งมาแล้วหน้าตาอาหารไม่เหมือนในเมนู..!?

อันนี้บอกเลยว่าเป็นปัญหาโลกแตกของทางร้านอาหารกับลูกค้าครับที่สั่งอาหารมาแล้วไม่น่ากินเท่าในเมนูแล้วก็กลายเป็นว่าทางร้านหลอกลวงผู้บริโภคหรือเปล่า..?


ด้วยหน้าที่ของสไตลิสแล้วคือต้องจัดการอาหารจานนั้นให้ออกมาดูดีที่สุดแหล่ะครับ เพียงแค่ว่ามันมีปัจจัยหลายอย่างครับที่ทำให้อาหารจานนั้นออกมาเสิร์ฟแล้วหน้าตาไม่สวยเหมือนในเมนูเช่น เวลาที่จำกัดในการจัดจานของพ่อครัว , วัตถุดิบที่คัดมาให้เป็นชิ้นที่สวยงามที่สุดสำหรับถ่ายโดยเฉพาะหรือแค่เชฟที่จัดจานกับสไตลิสก็คนละคนแล้วครับ เหมือนคนวาดรูปคนละคน ต่อให้วาดรูปเดียวกันก็ยากที่จะออกมาเหมือนกันครับ พูดง่ายๆก็คือตอนเสิร์ฟจริงให้ลูกค้า อาหารจานนั้นไม่ได้มาด้วยปัจจัยที่เอื้ออำนวยได้เท่าตอนถ่ายรูปครับ

เข้าใจตรงกันแล้วใช่มั้ยครับว่าฟู๊ดสไตลิสนั้น สำคัญไฉน แต่หากร้านไหนยังสงสัยว่าเมนูที่ทางร้านจะถ่ายนั้นยังจำเป็นต้องใช้ฟู๊ดสไตลิสมั้ย ลองโทรมาสอบถามได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาทุกเวลาครับผม


ติตต่อสอบถาม

Tel : 089-449-2307

Line : Napatphotography

www.facebook.com/foodshotbynapat

23 views0 comments

Updated: Jan 4


5 เทคนิคที่จะช่วยให้คุณถ่ายภาพอาหารได้สวยขึ้นด้วยตัวคุณเอง
5 เคล็ดลับถ่ายภาพอาหารด้วยตัวเอง

การถ่ายภาพอาหารในยุค Delivery แบบนี้ ร้านอาหารต่างๆ เมื่อมีเมนูอาหารแนะนำหรือออกเมนูใหม่ๆ ก็จำเป็นต้องถ่ายภาพอาหารเพื่อโปรโมทลง Facebook หรือ IG

ในฐานะช่างภาพถ่ายอาหารขอแนะนำเทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยถ่ายภาพอาหารให้สวย ไปดูกันครับว่ามีอะไรบ้าง

1.แสงดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

จากประสบการณ์ที่ผมทำงานมา ต้องยอมรับว่าแสงที่สวยที่สุดคือแสงธรรมชาติครับ คุณสามารถถ่ายภาพอาหารให้ออกมาสวยได้อย่างง่ายๆ เพียงนำไปถ่ายที่โต๊ะริมหน้าต่าง


แต่ในกรณีที่แสงธรรมชาติไม่พอหรือเข้าไม่ถึง ก็ต้องใช้ไฟสตูดิโอช่วยเสริมให้ภาพอาหารออกดูสวย ซึ่งการใช้ไฟสตูดิโอเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องศึกษาเรียนรู้ โดยช่างภาพมืออาชีพแต่ละคนก็จะมีเทคนิคแตกต่างกันไป

2.มุมกล้องที่เหมาะสม

การจะถ่ายภาพอาหารแต่ละครั้งต้องเลือกมุมกล้องที่พรีเซ้นท์อาหารได้ครบถ้วนและชัดเจนที่สุด


ยกตัวอย่างเช่น อาหารที่มีลักษณะแบนเรียบอย่างพิซซ่า ควรถ่ายมุมท็อปเพื่อโชว์หน้าตาและส่วนประกอบ หรืออย่างซูชิที่ต้องถ่ายภาพให้เห็นทั้งข้าวและหน้าซูชิที่จะต้องเด่นชัดกว่าก็ควรถ่ายมุมเฉียง ส่วนอาหารที่เหมาะสมกับมุมกล้องด้านข้างอย่าง เช่น แฮมเบอร์เบอร์เกอร์ ซึ่งต้องโชว์ส่วนประกอบแต่ละชั้นให้เห็นอย่างชัดเจน

3.หน้าชัด หลังเบลอ

หากพูดคำว่ามิติภาพหลายคนอาจจะยังไม่เข้าใจ ถ้าจะให้ขยายความก็คือระยะชัดตื้นชัดลึก หรือเรียกให้ง่ายกว่านั้นคือภาพที่หน้าชัดหลังเบลอหรือดูมีมิตินั่นเอง


สิ่งนี้จะช่วยดึงความสนใจให้โฟกัสกับภาพเมนูอาหารที่อยู่ตรงหน้า แต่ก็มีข้อยกเว้นกับบางมุมอย่างเช่นมุมท็อปก็จำเป็นที่จะต้องชัดทั้งภาพอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

4.จัดวางอาหารให้ดูดี

สิ่งที่สำคัญอีกส่วนนอกจากการถ่ายภาพอาหารคือ ตัวอาหารเองต้องดูดีน่ารับประทาน รูปทรงภาชนะที่ใช้เหมาะสม มีการจัดวางที่ดึงดูดสายตา หน้าตาอาหารมีสีสันชวนมองไม่น่าเบื่อ


ตัวอย่างที่เห็นง่ายๆ เบสิคคือ การใช้ผักมาตกแต่งเพื่อให้สีเขียวตัดกับสีอาหารที่ดูธรรมดาให้โดดเด่นขึ้นมา ซึ่งเรื่องเหล่านี้มักเป็นสกิลของเชฟเก่งๆ ที่นอกจากปรุงอาหารได้อร่อยแล้วยังจัดจานได้สวยงามอีกด้วย

5.พร็อพนั้นสำคัญไฉน

นอกจากอาหารที่ถูกจัดมาสวยงามในจานแล้ว

การจัดพร็อพตกแต่งเพิ่มเติมยังช่วยเพิ่มสตอรี่และมูลค่าของอาหารอีกด้วย


โดยสิ่งที่ใช้มาตกแต่งนั้น อาจเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบของอาหารจานนั้น เช่น นำมะเขือเทศมาวางไว้ใกล้กับจาน หรือพร็อพตกแต่งเก๋ๆ ที่ช่วยสร้างสไตล์ เช่น แก้วน้ำ แจกัน ดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งบางครั้งการถ่ายภาพอาหารระดับมืออาชีพจึงจำเป็นต้องใช้ Food Stylist มาทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะ

สำหรับเทคนิคที่ถ่ายภาพอาหารผมแนะนำไปไม่ยากเลยใช่มั้ยครับ ลองทำกันดูเองได้แน่นอน


แต่หากต้องการถ่ายภาพเมนูอาหารที่ดูมืออาชีพยิ่งขึ้นเพื่อใช้โปรโมทลงโฆษณา หรือตัวท่านเองไม่มีเวลาพอที่จะมาจัดการเรื่องการถ่ายภาพอาหารด้วยตัวเอง ทางเรายินดีให้คำปรึกษาและรับบริการอย่างเต็มที่ครับ


ติตต่อสอบถาม

Tel : 089-449-2307

Line : Napatphotography

www.facebook.com/foodshotbynapat

15 views0 comments